ตลาดความงาม-ศัลยกรรมไทยกว่า 3 หมื่น ล.เปิดเออีซีผลดีต่อเศรษฐกิจต้นน้ำยังปลายน้ำ
 
 

     น.พ.วรพล สุขีวัฒนา แพทย์ประจําแผนกผิวหนังโรงพยาบาล BNH และเจ้าของ "ด๊อกเตอร์โทนี่
คลีนิค" เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดความงามและศัลยกรรมบ้านเรายังคงเติบโตต่อเนื่อง จนมีมูลค่าธุรกิจรวมกว่า 30,000 ล้านบาทในปัจจุบัน ขณะที่ "การแพทย์และความงาม" ยังครองอันดับธุรกิจเด่นในปีติดต่อกันกว่า 4 ปีรวมทั้งปีนี้ด้วย นี่คือตัวเลขที่ได้จากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยส่วนตัวก็คาดว่าธุรกิจโตในปีนี้ไม่ต่ํากว่า 20% 
 
    เชื่อว่าตลาดรวมยังคงเติบโตสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ประมาณ 20% วัดจากมูลค่าตลาด และ
จํานวนผู้ใช้บริการที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการกันอย่างคึกคักอย่างตอนนี้เท่าที่ทราบนักท่องเที่ยวประมาณ 1.5 แสนคน ที่มาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในจํานวนนี้มีสูงถึง 50%ที่มาใช้บริการความงามและศัลยกรรม นั้นถือว่า ชาวต่างประเทศมั่นใจในแพทย์ไทยและบริการของเราเพิ่มมากขึ้น
 
   สําหรับบทบาทของวงการแพทย์ศัลยกรรมความงามในประเทศไทยที่พร้อมจะเดินหน้าก้าวเข้าสู่
เออีซีในช่วงแรกๆ สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนคือ ตลาดเครื่องมือแพทย์ซึ่งจะมีการแข่งขันเพื่อแย่งส่วนแบ่งของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพราะขณะที่บริษัทไทยที่ขายเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ให้กับคลินิกในไทยและประเทศในกลุ่มสมาชิกเออีซี
 
 
   ในขณะเดียวกันจะต้องมีบริษัทใหญ่จากต่างชาติที่ได้เปรียบเรื่องเงินทุน สามารถรุกเข้ามาทํา
ธุรกิจแย่งส่วนแบ่งตลาดได้เช่นกัน อีกเรื่องที่ต้องพึงระวังหลังการรวมตลาดอาเซียนแล้วคือ หาก
หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะส่วนที่มีหน้าที่ควบคุมการนําเข้าสินค้าประเภทเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ยังไม่ปรับตัว หากขั้นตอนการอนุมัติต่างๆ ยังยุ่งยากซับซ้อน และเชื่องช้าดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การพัฒนาของวงการแพทย์ไทยก็อาจสู้เพื่อนบ้านไม่ได้อีกต่อไป
 
   โดยมองว่า การเปิดตลาดความงามของแพทย์ไทยสู่ วงกว้าง เป็นการเปิดตลาดที่ใหญ่ขึ้น มั่นใจ
ว่ามีผลที่ดีต่อภาพเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ผลิตสินค้า และต่อยอดให้กับธุรกิจบริการ ในด้านของผู้บริโภคเองก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากผู้บริโภคจะมีตัวเลือกที่มากขึ้น ได้ราคาที่เหมาะสม
 
    สําหรับจุดแข็งของ "ด๊อกเตอร์โทนี่คลีนิค" ในการรับมือกับการก้าวสู่ AEC เรามีข้อได้เปรียบคือ
ความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ของแพทย์และชื่อเสียงของตัวแพทย์ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจเข้ารับ
บริการมากกว่าเรื่องของราคา อยากเสริมว่าแพทย์ในธุรกิจนี้ต้องมีชั่วโมงบินสูง มีประสบการณ์มาก
เพราะเรื่องความงามเหมือนงานศิลปะต้องเชี่ยวชาญและใส่ใจจริงๆ เรามีทีมแพทย์มืออาชีพ รวมถึง
เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
 
    สําหรับทิศทางการดูแลใบหน้า สําหรับปีนี้ปัจจุบันหนุ่มๆ สาวๆ นอกจากจะมีหน้าที่เป๊ะแล้ว
เรื่องหุ่นและเรือนร่างก็เป็นสิ่งที่เทรนความงามเริ่มมีกระแสเข้ามามากแล้ว เชื่อว่าเทรนความงามปีนี้จะเน้นเรื่องการดูแลรักษาหุ่น ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็จะให้ความสําคัญกับการออกกําลังกาย อาหารการกินรวมทั้งการหาโปรแกรมการกระชับเรือนร่างให้สวยงามเช่นกัน ตอนนี้ที่กําลังอินเทนด์คือ -โปรแกรมการรักษาโดยใช้เครื่องยกกระชับ Sygma Lift Body (ซิกม่า ลิฟต์บอดี้) จากฝรั่งเศส ที่จะมาเป็นทางเลือกให้หนุ่มๆ สาวๆ ได้มีรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มกันถ้วนหน้า
 
   โปรแกรมการรักษาโดยใช้เครื่องยกกระชับใช้ในการรักษาเซลลูไลท์บริเวณที่มีไขมันส่วนเกิน
เช่น หน้าท้อง สะโพก Love handle และต้นขาด้วยเทคโนโลยี Fractionated Beam Technology
ปล่อยพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงลงไปใต้ผิว การยกกระชับระดับลึกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงนี้จะทําให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมากระชับตึงอีกครั้ง นอกจากนี้ยังช่วยลดสัดส่วน และลดเซลล์ไขมัน แถมยังช่วยทําให้ผิวเฟิร์มและมีสุขภาพที่ดีขึ้นพร้อมด้วยเทคโนโลยี Scanning Diode Laser 635 นาโนเมตร ใช้เทคโนโลยีการสแกนแสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ําทั่วบริเวณที่ทําการรักษา และโปรแกรมการรักษาโดยใช้เครื่องยกกระชับมีโหมดการรักษาที่แยกระหว่างเพศชายและเพศหญิง  เนื่องจากโครงสร้างผิวที่ต่างกันทําให้เพศชายต้องใช้พลังงานที่สูงขึ้นในการทําการรักษา ซึ่งระยะเวลาในการทําการรักษาจะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีต่อหนึ่งบริเวณ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : นสพ.บ้านเมือง

 
โดย Editor
วันที่ 25 มีนาคม 2558
พิมพ์หน้านี้