เอกซเรย์ความพร้อม แม่สอด-เมียวดีเชื่อมท่องเที่ยวชายแดนรับเออีซี


       กระแสเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีส่งผลให้เมืองชายแดนคึกคักมากขึ้นโดยเฉพาะอําเภอแม่สอด จังหวัดตาก และยิ่งรัฐบาลให้ความสําคัญในการยกระดับให้พื้นที่นี้เป็น 1 ใน 5 เขตเศรษฐกิจพิเศษรวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้น ฐานทั้งทางบก และอากาศ ที่กําลังเข้าไป ยิ่งทําให้พื้นที่นี้บูมสุดๆ สะท้อนได้จากนักลงทุนต่างถิ่นแห่ตบเท้าเข้ามาลงทุน ขณะที่การท่องเที่ยวก็เห็นโอกาสในการขยายช่องทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปสู่เมียนมาร์

        ล่าสุดสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) นําสมาชิกบริษัททัวร์อินบาวด์กว่า 120 บริษัทภายใต้การสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สํานักงานจังหวัดตาก จัดทริปสํารวจเส้นทางท่องเที่ยวภายในพื้นที่อําเภอแม่สอดและพื้นที่ใกล้เคียงของจังหวัด เชื่อมโยงไปยังเมืองเมียวดีสหภาพเมียนมาร์เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดทัวร์ในเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ทั้งเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและประเภทสายบุญวัดวาอาราม เสนอขายนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

       สหภาพเมียนมาร์ ซึ่งแน่นอนว่า รายได้จะเพิ่มขึ้นด่านละกว่า 1 พันล้านบาท จากเดิมที่ไม่ได้เน้นการท่องเที่ยวรูปแบบนี้มากนัก อีกทั้งนับจากนี้จะพาสมาชิกไปยังเมืองชายแดนอื่นๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปสํารวจเส้นทางที่ห้วยทราย สปป.ลาว เข้ามาประเทศไทยที่อําเภอช่องสะงํา จังหวัดศรีสะเกษและข้ามไปยังกัมพูชา เยี่ยมชมปราสาทพระวิหาร ซึ่งคาดว่าภาพรวมช่วงเปิดเออีซีจะได้นักท่องเที่ยวเพิ่ม 6% จากประชากรอาเซียน 600 ล้านคน

       จากการเปิดเออีซีและการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่และเพื่อนบ้านเติบโตขึ้น "ธมลวรรณ เรืองขจร" ผู้อํานวยการททท.ตากมองว่า ปี 2558 ตั้งเป้านักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 10-14% เมื่อเทียบจากปี 2557 ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2557 ซึ่งพบว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดตาก 1.49 ล้านคน และหากเทียบทั้งปี 2557 คือตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2557 จะมีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มมากกว่าปี 2556 กว่า 10-15% โดยปี 2556 นักท่องเที่ยว 1.65 ล้านคน

      ขณะเดียวกันททท.ตากยังมองหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ภายในจังหวัดเพิ่มเติมรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มช็อปเปอร์และแอดเวนเจอร์และพร้อมจะโปรโมตปลายปีนี้เช่น น้ําตกป่าหวาย ที่อําเภอพบพระ ดอยเปเปอร์ที่อําเภอท่าสองยาง และวัดมหาธาตุโลกะวิทูบนดอยเปเปอร์ และดอยสอบมาลัย ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ซึ่งที่นี่เปรียบเสมือนหลังคาเมืองตากที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบด้าน เป็นต้น

      ขณะที่การลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวนั้น ปัจจุบันต้องยอมรับว่ายังไม่พร้อม 100% โดยเฉพาะเส้นทางบก ถนนสายตาก-แม่สอด ที่ค่อนข้างแคบ และคดเคี้ยวนอกจากนี้ยังมีปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แม้กรมทางหลวงอยู่ระหว่างขยายเขตทางให้กว้างขึ้นจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ระยะทางรวมกว่า 80 กิโลเมตร ซึ่งแล้วเสร็จเพียง 2 ช่วงหรือครึ่งเดียวเท่านั้น ส่วนช่วงที่ 3 อีกประมาณ 25 กิโลเมตร อยู่ระหว่างก่อสร้างและช่วงที่ 4 อีก 25 กิโลเมตร อยู่ระหว่างของบประมาณจากรัฐบาล ปี 2559 (ตุลาคม 2558-กันยายน 2559) 

       นอกจากนี้สะพานข้ามแม่น้ําเมยแห่งที่ 1 หรือสะพานมิตรภาพไทยเมียนมาร์แห่งที่ 1 มีสภาพแออัดคับคั่งมีผลกระทบต่อการสัญจรทั้งนักท่องเที่ยว ข้ามแดนและสินค้า แม้คนในพื้นที่จะเรียกร้องให้เร่งก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเมยแห่งที่ 2 และกระทรวงคมนาคมพยายามเร่งรัดก่อสร้างแต่ก็มีข้อจํากัดเกี่ยวกับงบประมาณ ซึ่งล่าสุดได้เสนอของบประมาณเพื่อก่อสร้าง วงเงิน 3.6 พันล้านบาท ในปีงบประมาณ 2559 อีกเส้นทางหนึ่งที่มีความสําคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ เส้นทางที่ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง ระยะทางกว่า 40 กิโลเมตรของฝั่งเมียนมาร์จากเมียวดี-กอกาเรก ที่มีการขยายจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ที่จะแล้วเสร็จและเปิดเส้นทางได้ในเดือนเมษายน 2558 

       หากถนนเส้นนี้แล้วเสร็จการสัญจรสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวันโดยไม่ต้องสลับวันเว้นวัน รวมทั้งการขยายเส้นทาง ถนนจากจังหวัดมุกดาหาร-อําเภอแม่สอด จาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 770 กิโลเมตร หากถนนเส้นนี้สร้างได้ครบตลอดเส้นทาง ในปี 2558 ก็จะช่วยให้การเดินทางเชื่อมโยงถึงกันอย่างสะดวกรวดเร็ว
 

      ในด้านการเดินทางทางอากาศ ปัจจุบันสนามบินแม่สอดค่อนข้างคับแคบ ส่งผลให้มีเฉพาะเครื่องบินใบพัดขนาดเล็กให้บริการ ขณะนี้มี 2 สายการบิน คือนกแอร์ให้บริการวันละ 3 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบิน Q400 ขนาด 86 ที่นั่ง ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดีส่วนกานต์แอร์ให้บริการ


      ในด้านการเดินทางทางอากาศ ปัจจุบันสนามบินแม่สอดค่อนข้างคับแคบ ส่งผลให้มีเฉพาะเครื่องบินใบพัดขนาดเล็กให้บริการ ขณะนี้มี 2 สายการบิน คือนกแอร์ให้บริการวันละ 3 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบิน Q400 ขนาด 86 ที่นั่ง ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดีส่วนกานต์แอร์ให้บริการพียงสัปดาห์ละ 1 เที่ยวโดยใช้เครื่องใบพัด ขนาด 6 ที่นั่ง และ 12 ที่นั่ง แต่ในขณะนี้ได้ระงับเที่ยวบินออกไปชั่วคราว

      อย่างไรก็ดีเนื่องจากใกล้เปิดเออีซีและรองรับการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่งผลให้จังหวัดและรัฐบาลมีนโยบายขยายสนามบินเพิ่มเติมทั้งอาคารผู้โดยสารและรันเวย์ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเวนคืนและปีงบประมาณ 2559 ได้เสนอของบประมาณเพื่อก่อสร้างวงเงินกว่า 1 พันล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพของสนามบินในการรองรับผู้โดยสารและการนําเครื่องบินขนาดใหญ่อย่างโบอิ้ง 737 มาลงได้น่าจะทําให้การท่องเที่ยวในพื้นที่นี้คึกคักมากขึ้น

        ส่วนปริมาณโรงแรมที่พัก ในอําเภอแม่สอด ล่าสุดมีจํานวน 1.7 พันห้อง และยังมีโรงแรมเกิดใหม่ขนาด 2-3 ดาวขยายเพิ่มอีกจํานวนมากคาดว่าช่วงเปิดเออีซีจะต้องมีปริมาณห้องพักเพิ่มขึ้นอีก 5-10%

        อย่างไรก็ตาม เมืองชายแดนแห่งนี้จะเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน ไม่เพียงแต่มาตรการประชา สัมพันธ์กระตุ้นจูงใจที่ดีแล้ว ระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบก-อากาศ ต้องพร้อมรองรับการเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว-ปลอดภัย ให้ทันกับการเปิดเออีซีที่จะมาถึง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ฐานเศรษฐกิจ
 
โดย Editor
วันที่ 12 ธันวาคม 2557
พิมพ์หน้านี้