แนะธุรกิจ 'ต่อยอด-เชื่อมแบรนด์' ดัก 'โอกาส-คู่แข่ง' เออีซี
 
        ปี2557 เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ทั้งการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และ "ภาคธุรกิจ" ที่มีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อโทรทัศน์ในรอบ 60 ปีส่งผลต่อวงการ "การตลาด" โดยเฉพาะ ช่องทางสื่อสารผ่าน "สื่อหลัก" ที่บรรดา ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการใช้งบโฆษณา ประชาสัมพันธ์ผ่าน "สื่อทีวี" ที่มีจํานวนช่องมากขึ้นด้วย "ทีวีดิจิทัล 24 ช่อง" จากเดิมจํากัดอยู่เฉพาะฟรีทีวีอนาล็อก 6 ช่อง
 
 
       อนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า แนวโน้มการทําตลาดปีหน้าผู้ประกอบการต้อง "ต่อยอด" จากเทรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการ ใช้ออนไลน์โซเชียลมีเดีย สมาร์ทดีไวซ์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจําวันของผู้บริโภคยุคดิจิทัลไปแล้ว
 
        ยิ่งมีการขยายตัวของฐานผู้บริโภคที่ใช้งานออนไลน์เพิ่มขึ้น ฉะนั้นรูปแบบการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์มีบทบาทสําคัญยิ่ง ต่อนักการตลาดและสินค้า-บริการ จะเห็นว่า ทุกวันนี้ลูกค้ามีการใช้ช่องทางออนไลน์เป็นแหล่งข้อมูลสําคัญก่อน "ตัดสินใจซื้อ" อีกทั้งประสิทธิภาพของโครงข่าย 3จีบริการทางการเงินที่มีความปลอดภัยมากขึ้น หนุนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ขยายตัวสูง เป็นทางเลือกใหม่ของการชอปปิงที่ "สะดวก" สอดคล้องพฤติกรรมคนไทยที่ให้ความสําคัญกับความสะดวกสบาย
 
       สิ่งที่จะทําให้ธุรกิจ หรือสินค้าและบริการมีความแตกต่างจากคู่แข่ง หนีไม่พ้น "สินค้าใหม่" ที่สามารถสร้างขึ้นได้หลายรูปแบบตั้งแต่การคิดค้นใหม่ การรีแบรนด์รีแพ็คเกจจิ้ง รีฟอร์มูล่า แม้กระทั่งการร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ หรือ Co-Partner หน้าที่ของนักการตลาด ต้องหาอะไรที่น่าสนใจ  นอกเหนือจากลดแลกแจกแถมเป็นสิ่งที่ทุกรายมีไม่แตกต่างกัน ต้องใช้ความสามารถในการสร้างสรรค์ (Creativity) มากขึ้น กระตุ้นให้เกิดการอยากทดลองอยากใช้
 
     ยกตัวอย่างธุรกิจท่องเที่ยว ต้องใช้กลยุทธ์ Co-Partner กับสายการบินมากขึ้น
 
      ยิ่งนับถอยหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ผู้ประกอบการต้องเร่งสํารวจความพร้อมรับ "โอกาส" และ "คู่แข่ง" ที่ก้าวเข้ามาพร้อมๆ กัน ไม่เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้นที่มีโอกาสเปิดกว้างจากอาเซียน แต่เป็นโอกาสสําคัญของ "เอสเอ็มอี" ที่ต้องทําตัวให้ "โดดเด่น" ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อเดินหน้าขยายฐานสู่ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดใหญ่ต่อไป
 
     โดยขณะนี้มีหลายแขนงธุรกิจ ทั้งค้าปลีก สินค้าและบริการ เป็น "ดาวรุ่ง" ที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงรับแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากกําลังซื้อท้องถิ่น นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาทํางานและเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยผลักดันเศรษฐกิจไทยกลับสู่ "ขาขึ้น" ในยุคทองของอาเซียนต่อไปปัญหาการเมืองฉุดไทย "สะดุด" บ้าง แต่ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง การบริโภคและกําลังซื้อที่ยังขยายตัวได้อีกมากเป็นปัจจัยดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกมุ่งหน้าสู่ "ไทย" ไม่ขาดสาย ขณะทีผู้ประกอบการไทยเร่งขยายอาณาจักรธุรกิจต่อเนื่องเช่นกัน
 
     ในยุคขุมทองอาเซียน ชื่อของ "ไทย" เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของบรรดาทุนข้ามชาติที่ต้องการลงหลักปักฐานในอาเซียน ผู้ประกอบการไทยจะ "รักษา" และ "ขยายตลาด" ท่ามกลางคู่แข่งเข้ามาช่วงชิงพื้นที่ได้อย่างไร...ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยาก
 
      อนุวัตร มองว่า ตลาดเมืองไทยไม่เหมือนใคร พฤติกรรมคนไทยชื่นชอบความ "สะดวก-สบาย-สนุก" สะท้อน จากโมเดลธุรกิจที่เกิดขึ้นในไทย โดยเฉพาะบนโลก "ออนไลน์" เช่น การฝากร้านขายของในอินสตาแกรม ยูทูปมาร์เก็ตติ้ง ฯลฯ
 
      เพื่อให้ผู้ประกอบได้มองเห็น "โอกาส" ทางธุรกิจ ในงานวันนักการตลาด 10 พ.ย. นี้นักการตลาดไทยจะมาเจาะลึกพฤติกรรมและวิธีคิดของผู้บริโภคชาวไทยที่ไม่เหมือนใครในโลกในสไตล์ "Thailand Only" ภายใต้หัวข้อ Survival with "Thailand Only Marketing" โดยมีดั่งใจถวิล อนันตชัย มาฉายภาพ "Thailand Only Trend vs. ASEAN Trend" พรทิพย์กองชุน บอกเล่า Online Marketing Among ASEAN & Thailand Only ทศพร ศรีตุลา (หมอช้าง) "โหราศาสตร์กับการตลาดแบบ Thailand Only" ตัน ภาสกรนทีกับThe Success "Thailand Only" Marketing 
 
     นักธุรกิจไทยคลุกคลีอยู่กับตลาดเป็นความได้เปรียบ แต่ความพร้อมของสินค้า และบริการที่เข้มแข็ง หรือมี "ราคา" เป็นอาวุธ ไม่เพียงพอเช่นกันที่จะตั้งรับ "คู่แข่ง" ยิ่งหากผู้บริโภคไม่สามารถ "จดจําแบรนด์" ได้ เส้นทางไปต่อ "ลําบาก" แน่นอน


ขอขอบคุณที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
โดย Editor
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557
พิมพ์หน้านี้