ลบ แก้ไข

การเคลื่อนย้ายแรงงานของแพทย์-พยาบาลจากการเปิดเสรีการค้าบริการของอาเซียน

 

         เป็นที่ทราบกันดีว่าสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations : ASEAN) หรือ ประชาคมอาเซียนถือกําเนิดอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2546 มีการร่วมลงนามในปฏิญญาให้เป็นประชาคมเดียวกันภายใน พ.ศ. 2558 มีการแบ่งประชาคมย่อยออกเป็น 3 ประชาคม หรือ 3 เสาหลัก และ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economics Community - AEC) เป็น 1 ใน 3 เสาหลักนั้น เป้าหมายการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อเพิ่มอํานาจต่อรองกับประเทศคู่ค้าและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคให้อยู่ในระดับโลก โดยมีเป้าหมายสําคัญ 4 ด้าน ประกอบด้วย

      ด้านที่ 1 ตลาดและฐานการผลิตร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว (Single Market and Production 
Base) เพื่อเคลื่อนย้ายสินค้า การบริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ และเงินทุน อย่างเสรี
      ด้านที่ 2 สร้างขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจ (High Competitive Economic Region) 
      ด้านที่ 3 ความเท่าเทียมในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Equitable Economic Development) 
      ด้านที่ 4 การบูรณาการกับเศรษฐกิจโลก (Fully Integrated into Global Economy) 


        จากบทความก่อนหน้าจะพบว่า AEC มีประเด็นที่ท้าทายต่อประเทศไทยหลากหลายประเด็น ซึ่งหนึ่งประเด็นสําคัญคือ การเปิดเสรีการค้าบริการของอาเซียนจะเป็นสาเหตุต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานสุขภาพหรือไม่และอย่างไร มีผลต่อภาคบริการสุขภาพของประเทศอย่างไร จากการศึกษาและวิจัยการเคลื่อนย้ายแพทย์และพยาบาลวิชาชีพระหว่างประเทศ และการเคลื่อนย้ายแพทย์และพยาบาลวิชาชีพภายในประเทศ ตลอดจนบทสรุปของการเคลื่อนย้ายแพทย์และพยาบาลวิชาชีพที่น่าจะเกิดขึ้น จากการศึกษาข้อมูลของแพทยสภาระบุว่าสัดส่วนของจํานวนแพทย์ที่จบการศึกษาจาก สถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ทํางานในประเทศไทย ในช่วงปีพ.ศ. 2550-2555 โดยเฉลี่ยแล้วคิดเป็นเพียงร้อยละ 0.5 ของจํานวนแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตทั้งหมด นอกจากนั้นพบว่าจํานวนแพทย์และพยาบาลชาวต่างชาติที่ทํางานในประเทศมีจํานวนน้อย เนื่องจากทั้งแพทยสภาและสภาการพยาบาลมีการตั้งกฎระเบียบที่เข้มงวดในการที่จะออกใบอนุญาตแก่แรงงานชาวต่างชาติในการบริการวิชาชีพด้านการแพทย์และพยาบาลในประเทศไทย ส่วนใหญ่มักจะมาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่ในการแบ่งเบาภาระงานบางส่วนของแพทย์และพยาบาลวิชาชีพไทยหรือปฏิบัติงานในหน้าที่อื่นๆ



       สําหรับแนวโน้มของแพทย์และพยาบาลวิชาชีพไทยที่จะออกไปทํางานต่างประเทศพบว่าสําหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์การทํางานในต่างประเทศมาก่อนจะมีเพียงแพทย์และพยาบาลวิชาชีพส่วนน้อยเท่านั้นที่มีความต้องการจะไปทํางานยังต่างประเทศและเมื่อพิจารณาประเทศที่อยากไปทํางานมากที่สุดของกลุ่มผู้ที่มีความประสงค์จะไปทํางานในต่างประเทศจะพบว่า แพทย์ไทยเลือกที่จะไปทํางานในกลุ่มประเทศอาเซียน และกลุ่มประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดามากที่สุดหลังจากการเปิดเสรีอาเซียนแต่ในส่วนของพยาบาลวิชาชีพไทยมีความประสงค์จะไปทํางานมากที่สุดคือกลุ่มประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และกลุ่มประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สาเหตุที่ทําให้ประสงค์จะทํางานในต่างประเทศมีทั้งปัจจัยดึงดูดและผลักดันที่แตกต่างกันตามกลุ่มประเทศที่ต้องการไปทํางาน 

         โดยสรุปแล้วแม้จะมีการเปิดเสรีภาคการค้าบริการ AEC ในปีพ.ศ. 2558 แล้ว แพทย์และพยาบาลวิชาชีพไทยที่ไม่มีประสบการณ์ทํางานในต่างประเทศส่วนใหญ่ยังคงไม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางไปทํางานยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนหรือประเทศอื่นๆ ก็ตาม เนื่องจากมีความเป็นห่วงครอบครัว คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการทํางานและภาษาของประเทศตนเองมากกว่าที่จะต้องไปปรับตัวใหม่ในต่างประเทศ แต่สําหรับแพทย์และพยาบาลวิชาชีพส่วนน้อยที่มีความประสงค์ที่จะไปทํางานในต่างประเทศนั้น มีปัจจัยเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการหลังการเกษียณอายุเป็นแรงผลักดันสําคัญที่ทําให้อยากที่จะย้ายถิ่นฐาน นอกจากนั้นในส่วนของแพทย์และพยาบาลวิชาชีพที่เคยมีประสบการณ์การทํางานในต่างประเทศนั้นค่อนข้างจะสอดคล้องกันกับผลการศึกษาในแพทย์และพยาบาลวิชาชีพที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทํางานในต่างประเทศมาก่อน

        เพราะฉะนั้นการเคลื่อนย้ายแรงงานแพทย์และพยาบาลวิชาชีพระหว่างประเทศทั้งจากต่างประเทศในกลุ่มอาเซียนเข้ามาในไทยและจากไทยไปยังกลุ่มประเทศในอาเซียนยังไม่น่าจะเป็นประเด็นที่น่าวิตกกังวลเท่าใดนักสําหรับบริบทของประเทศ ไทย เนื่องจากประเทศสมาชิกแทบจะทั้งหมดยังไม่ได้มีนโยบายในการเปิดเสรีในรูปแบบที่ 4 เลย (Mode 4 : การให้บริการโดยบุคคล) แต่ในทางกลับกันประเด็นที่น่าสนใจมากกว่าคือการเคลื่อนย้ายแรงงานแพทย์และพยาบาลวิชาชีพระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนภายในประเทศไทย

 

     


          จากสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วและคาดว่าจะดําเนินต่อไปมากยิ่งขึ้นในอนาคตก็คือการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศทั้งในและนอกอาเซียนที่จะเข้ามาสู่ประเทศไทย เนื่องจากการเปิดเสรีด้านการค้าและการบริการจาก AEC ยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยมีนโยบายที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นศูนย์กลาง (Hub) ของAEC ในด้านต่างๆ เช่น ในด้านโลจิสติกส์ด้านอาคารสํานักงานส่วนภูมิภาค และด้านสุขภาพ เป็นต้น  เนื่องจากมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดศูนย์กลางของประเทศในกลุ่มอาเซียน ผลลัพธ์ของการค้าการลงทุนที่มากขึ้นและการเป็นศูนย์กลางของ AEC น่าจะทําให้คนไทยมีรายได้ที่สูงขึ้น และจะมีคนต่างชาติที่เข้ามาทํางานและพํานักอยู่ในประเทศไทยมากขึ้นทั้งในส่วนของนักธุรกิจ หรือพนักงานบริษัทที่มีรายได้สูงและ แรงงานต่างชาติระดับล่างที่มีรายได้ต่ําก็จะมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน กล่าวคือจะมีแนวโน้มสูงที่ผู้เข้ามาใช้บริการในสถานพยาบาลภายในประเทศไทยจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานพยาบาลในภาคเอกชนซึ่งเป็นจุดให้บริการทางสุขภาพหลักแก่ชาวต่างชาติและให้บริการแก่คนไทยที่มีรายได้สูงขึ้นซึ่งภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทําให้ตั้งสมมติฐานได้ว่าการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในการเข้ารับบริการทางสุขภาพนี้อาจส่งผลให้โรงพยาบาลในภาคเอกชนมีการเคลื่อนย้ายแรงงานแพทย์และพยาบาลวิชาชีพจากภาครัฐเข้ามาทํางานในโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น กล่าวคือ ผลกระทบของ AEC ที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นคือการเคลื่อนย้ายแรงงานจากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชนภายในประเทศไทยมากกว่าการเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยและการผลิตบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลสําหรับรายละเอียดนั้นโปรดติดตามตอนต่อไป



ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  (ศิริเพ็ญ  ศุภกาญจนกันติกรรณิการ์ดํารงค์พลาสิทธิ์และคณะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติสกว.)  (นสพ . กรุงเทพธุรกิจ) 
 
 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor
ชม 3,317 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ณ นครหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะผู้บริหาร ได้หารือกับ ดร.เฉา เจี้ยนหลิน...
    by dogTech
  • สมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือสมาคมอาสา มีสมาชิก 3 ประเทศได้แก่ ฟิลิปปินส์ สหพันธ์มลายา และไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือกันทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม แต่เกิดการขัดแย้งกันเรื่องดินแดนระหว่างสหพันธ์มลายากับฟิลิปปินส์...
    by Editor Bow
  • เตรียมความพร้อม การเข้าสู่อาเซียน ในปี 2558 กับ สมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ปะรเทศ เรียบเรียงโดย KERO uAsean.com เนื้อหาอ้างอิงจากflash อาเซียน...
    by Editor Bow
  • จนถึงขณะนี้ สะพานมิตรภาพไทย-ลาวทั้งหมดมี 5 แห่ง ซึ่งแห่งที่ 1-3 เปิดเดินรถมาหลายปีแล้ว แห่งที่ 4 ที่บริเวณ อ.เชียงของ-ห้วยทราย พื้นที่ สปป.ลาว เลื่อนเปิดสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่4 กันยายน 2556 ส่วนแห่งที่ 5...
    by Editor Bow

สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean