ลบ แก้ไข

มองอาเซียนในวิถี " วิกรม"

        

     วิกรม กรมดิษฐ์ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) บอกเล่าถึงศักยภาพของอาเซียน ระหว่างการบรรยายหัวข้อเรื่อง "East Asia Investment in ASEAN" ในงานสัมมนา ASEAN Business Forum 2014 : ASEAN and the Rest of the World กลางเดือนพ.ย. 2557 ที่ผ่านมา

 
     โดยกล่าวว่า อาเซียนมีขนาดความใหญ่เป็นครึ่งหนึ่งของประเทศจีน  แต่จีดีพีกลับเล็กกระทัดรัดคิดเป็น 1 ใน 3 ของจีน หรือเท่ากับ 25% เท่านั้นเอง ทว่าความเล็กไม่ได้เป็นอุปสรรคสําหรับการกรุยทางสู่ความยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า เพราะสายตาของอาเซียนมีไว้จับจ้องโอกาสแบบเต็มร้อย จนไม่เหลือที่ว่างให้กับอุปสรรค ซึ่งเป็น เรื่องธรรมดาที่ต้องเจอ นี่คือความหมายที่แท้จริงของอาเซียน ที่ไม่ได้วัดกันที่สถานะประเทศกลางๆ แต่วัดกันที่ศักยภาพการเติบโตที่ไม่อาจ มองข้าม "คนอาเซียนเป็นคนที่มีความเป็นมิตร โดยเฉพาะคนไทยนี่แหละประเทศไทยเป็นมิตรมาก การเป็นมิตรไม่ต้องเสียเงินลงทุน ยุคล่าอาณานิยมเวลาคนยุโรปไปไหนต้องถือปืนมาด้วย แต่พอมาเทียบท่าที่แม่น้ําเจ้าพระยา คนไทยส่งยิ้มให้ส่งกล้วยให้ มีอะไรพอหยิบฉวยได้ก็เอามาให้นี่คือเสน่ห์แบบอาเซียนที่มีลักษณะเฉพาะ"


     เขากล่าวว่า มีหลายประเทศที่ประสบความสําเร็จในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแต่ลึกๆ แล้ว "ความสําเร็จ ที่ได้" กับ "ความสุขที่มี" กลับถ่างกว้างออกจากกันอย่างน่าใจหาย แต่ถ้าเป็นพี่ไทย ของเรา ไม่ว่าจะสําเร็จมาก สําเร็จน้อย หรือแทบจะไม่สําเร็จเอาซะเลย แต่คนไทยเราก็ยังยิ้มได้และก็บอกด้วยประโยคคลาสิกตลอดกาลว่า "ไม่เป็นไร ลองดูใหม่"

      ในขณะที่บะหมี่ซองมาม่าเป็นอีกตัวชี้วัดความเจริญของประเทศ ถ้าปีไหนโชตช่วงเอามากๆมาม่าจะนั่งตบยุง แต่ถ้าบังเอิญเศรษฐกิจเงียบสนิทจนได้ยินเสียงยุงบิน มาม่าก็จะขายดีเหมือนแจกฟรีในมุมของการลงทุน วิกรมหยิบเอาตัวเลขนักลงทุน ที่ซื้อตัวมาไทยแค่ใบเดียว คือประเภทมาแล้ว "ติดลม" ไม่อยากกลับประเทศตัวเองอีกเลย

     "ต่างชาติที่อยู่ในไทย มีกี่คนที่อยากกลับประเทศของเขา คุณเห็นผมไหม ผมอยู่เมืองไทยมาประมาณ 170 ปีจนเป็นรุ่นที่ 4 ผมไม่เคยคิดอยากกลับเมืองจีนเลย อยู่เมืองไทยผมมีความสุขมากเพราะเมืองไทยคืออาเซียน

      วิกรมเล่าว่า ประเทศไทยกําลังมีถนนเศรษฐกิจเส้นทางตะวันออก และเส้นทางตะวันตกทาบผ่านมาจากจีน ถือเป็นเส้นทางหลักที่จะช่วยพัฒนาประเทศในอนาคต รวมถึงการลงทุนสร้างท่าเรือในประเทศต่างๆ ทั้งในจีน เวียดนาม และพม่า ทุกวันนี้จีนกําลังตกหลุมรักคนเวียดนาม เพราะคนเวียดนามบ้างาน ขยันทํางาน ผลงานก็ออกมาดีที่สําคัญ คนเวียดนามหลงใหลโอทีมากกว่าดูละครช่องสามเสียอีก

     ทุกวันนี้เวียดนามเป็นประเทศที่มีคนใช้สมาร์ทโฟนมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะ ซัมซุงที่กําลังประสบความสําเร็จอย่างมาก


      แต่ยังมีสินค้าอีกครึ่งหนึ่งที่ถูกส่งผ่านไปทางฝั่งตะวันตก โดยเริ่มต้นจากมาเลเซียและมาพักเหนื่อยที่ทวาย โดยที่ตั้งของทวายในฟากของมหาสมุทรอินเดีย จะมีระยะทางเพียง 300 กิโลเมตรถึงกรุงเทพฯ

      "ในอนาคตอันใกล้ถ้าทวายสําเร็จ คุณขับรถตอนเช้าไปกินอาหารทะเลที่ทวายเลยก็ได้แล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ ตอนบ่าย ฝันแบบนี้จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้และแม้จะเป็นแค่ฝันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเพราะ คุณไม่ต้องลงทุนเสียเงินให้กับความฝัน ไม่แน่ว่าอนาคตอันใกล้นี้คนที่ทําให้ฝันทวายเป็นจริงก็คือญี่ปุ่น ในฐานะประเทศ ที่ครอบครองจีดีพีส่วนใหญ่ของบ้านเรา" 

       หลังอาเซียนสิ้นสุดพรมแดน จากปัจจุบันนี้ที่เรามีอาเซียนบวก 6 ซึ่งหมายความว่า เราได้จับจองโควต้าประชากรครึ่งหนึ่งของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธอีกว่า นักลงทุนไม่ควรมาอาเซียน

       ข้อดีของอาเซียนคือรูปแบบการ ให้บริการ และความเป็นมิตรที่พบเห็น ได้ในชีวิตประจําวันอย่างไรก็ดีเรื่องที่อาเซียนรวมถึงประเทศไทยเองยังต้องปรับปรุงอีกมากก็คือ การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารให้ได้อย่างแข็งแรง รวมถึงค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดิน ซึ่งกําลังแพงหูฉี่ ถือเป็นต้นทุนที่นักลงทุนต้องบริหารจัดการให้ดี

       "ผมอยากจะบอกว่า ประวัติศาสตร์บอกบางสิ่งบางอย่างกับเรา แต่ประวัติศาสตร์ก็คือเมื่อวานแต่เรากําลัง พูดเกี่ยวกับวันพรุ่งนี้พรุ่งนี้เราจะทําอะไร ได้บ้างในอาเซียน มีอะไรบ้างที่เป็นโอกาส หรือมีธุรกิจอะไรสําหรับอาเซียน ที่จะเป็นโอกาสสําหรับนักลงทุนทั้งหลาย ผมอยากจะบอก ถ้าเราพิจารณาเรื่องจีดีพีเพราะว่า จีดีพีในอาเซียนค่อนข้างต่ํา ถ้าจีดีพีสามารถขยายตัว จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน การสื่อสาร และก็การสนับสนุนทั้งหลาย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสหรือศักยภาพในการลงทุนในอาเซียน ที่ผ่านมารถตักดิน แคเตอร์พิลล่าขายดีมาก อุปกรณ์และเครื่องจักรหนักก็ขายได้ดีเพราะอาเซียนพัฒนาเร็วมาก สิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสสําหรับทุกคน และเป็นอนาคตของอาเซียน

        วิกรมมองว่า เรื่องที่ยังน่ากังวลสําหรับประเทศไทยก็คือ ปัญหาคอรัปชั่น และก็เป็นปัญหาที่หนักอกในหลายประเทศอาเซียน ยกเว้นสิงคโปร์ที่สลัดเรื่องยุ่งยากเหล่านี้ไปได้แต่หัววัน สภาวะรวยกระจุก จนกระจาย เป็นค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นในการลงทุน ทําให้นักธุรกิจต้องบวกเพิ่ม เข้าไปในสินค้าและบริการ หน้าที่รัฐบาล ต้องเข้าไปแก้ทั้งระบบ เพื่อให้กลไกการพัฒนาประเทศได้ไปต่อ

      ไหนๆ ต่อไปประเทศก็ไม่ได้มีแต่ขวานทองแล้ว การแปะมือกับเพื่อนบ้าน จะทําให้ไทยเราได้มากกว่า "ในน้ํามีปลา ในนามีข้าว" ถ้าประเทศมีขีดความสามารถในการพัฒนาตัวเอง ให้เป็น ตัวจริงเสียงจริงในอาเซียน
 
     เรียบเรียงจากงานสัมมนา ASEAN Business Forum 2014 : ASEAN and the rest of the World จัดโดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) กลางเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์แอท เซ็นทรัลเวิลด์กรุงเทพฯ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  วรนุชเจียมรจนานนท์ /ปิยาณีรุ่งรัตน์ธวัชชัย (แปล) (กรุงเทพธุรกิจ)
 


 

 

 
 

Editor
ชม 2,055 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean