ลบ แก้ไข

'ไทย-เวียดนาม' งานวิจัยเอสเอ็มอี


       นับเป็นความก้าวหน้าไปอีกขั้นสําหรับสมาคมนักวิจัยไทยที่ได้จับมือกับมหาวิทยาลัยโฮจิมินห์และเทคโนโลยีประเทศเวียดนามเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและยังมุ่งเน้นที่จะพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยไทยให้เป็นสากลมากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลกด้วย

       นอกจากนี้สมาคมนักวิจัยและมหาวิทยาลัยโฮจิมินห์และเทคโนโลยียังมีการลงนามความร่วมมือทางการวิจัยในการนําเสนอผลงานวิจัยในต้นปี 2558 โดยสมาคมนักวิจัยจะจัดให้มีการนําเสนอผลงานวิจัยไทยที่มีคุณภาพและศักยภาพต่อนักวิจัยและนักวิชาการของเวียดนาม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิจัยทั้งสองประเทศ

      จากข้อมูลที่คุณสุชาติเศวตกมล ผู้อํานวยการสํานักวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจทางการค้าการลงทุนไทย-เวียดนาม ที่ระบุถึงสินค้าไทยว่าปัจจุบันคงเหลืออยู่ในประเทศเวียดนามเพียง 1% เท่านั้น เมื่อเทียบกับเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เรามีสินค้าไทยอยู่ในเวียดนามถึง 90% เนื่องมาจากประเทศไทยไม่เอาจริงเอาจังต่อการลงทุนในเวียดนามเหมือนในหลายๆ ประเทศที่ได้ให้ความสําคัญกับการค้าและการลงทุนในอาเซียน

     เมื่อประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจึงจําเป็นต้องเร่งสร้างความร่วมมือเพื่อหาพันธมิตรในการสร้างเครือข่ายในการลงทุนให้ได้ผลผลิตให้มากในเวลาที่จํากัด โดยต้องพึ่งพางานวิจัยทางด้านเอสเอ็มอี มาเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการไทยต่อไป

     ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยจํานวนไม่น้อยที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจ หนึ่งในนั้นคือบริษัทศรีไทย (เวียดนาม) จํากัด ซึ่งประสบความสําเร็จในการทําธุรกิจในเวียดนาม โดยคุณสันติวิศวเมธีกุล บอสใหญ่ศรีไทย (เวียดนาม) ก็ออกมายืนยันว่าจากการประกอบธุรกิจในเวียดนามมากว่า 18 ปีแล้วถือว่าประสบผลสําเร็จมากในการผลิตขวดน้ําเพชร หมวกกันน็อกอุปกรณ์เครืองดื่ม ฯลฯ และไม่หยุดที่จะพัฒนา โดยจะมีการลงทุนสร้างโรงงานผลิตภาชนะเมลามีนแห่งใหม่ในโฮจิมินห์ทดแทนโรงงานเก่าที่มีกําลังผลิตน้อยเกินไป

    โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะเพิ่มกําลังผลิตได้อีก 3 เท่า โดยบริษัทจะเร่งดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 เพื่อต้อนรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และจะเป็นศูนย์กลางการผลิตเมลามีนในเออีซีเพราะคิดว่าโฮจิมินห์มีความเหมาะสมที่จะลงทุนประกอบธุรกิจเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจาก ความเหมาะสมหลายประการ สิ่งหนึ่งคือความสะดวกอยู่ใกล้ประเทศไทย เมื่อมีความต้องการสินค้าในประเทศก็สามารถส่งจากเวียดนามไปไทยได้อย่างรวดเร็ว

     อีกอย่างประเทศไทยอาจประสบกับปัญหาขาดแรงงาน ในอนาคตอาจส่งเสริมให้มีการผลิตในเวียดนามเพิ่มขึ้นแล้วส่งไปขายในประเทศไทย เพื่อลดต้นทุนจากการจ้างแรงงาน เพราะเวียดนามมีความพร้อมมากกว่า
สําหรับอุปสรรคในการประกอบอุตสาหกรรมพลาสติกคือ การขาดแคลนผงสีในเม็ด
พลาสติก ยังต้องสั่งจากประเทศไทยหรือสิงคโปร์อีกทั้งยังขาดกําลังไฟฟ้าเพื่อการผลิตได้อย่างต่อเนื่องเพราะในหนึ่งเดือนจะปิดไฟหนึ่งวันจึงจะทําให้การผลิตล่าช้า แต่ถึงกระนั้นเวียดนามก็ยังมีความพร้อมมากกว่าไทยในเรื่องต้นทุนด้านแรงงาน

ขอขอบคุณที่มา :  นสพ. คมชัดลึก
 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor
ชม 3,070 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ภาพแฟ้มเอเอฟพีเดือนพ.ย.2556 นักท่องเที่ยวเดินอยู่ในบริเวณปราสาทพระวิหารใกล้พรมแดนไทย-กัมพูชา ในวันนี้ (30) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาแสดงทัศนะถึงการเปิดใช้ทางเข้าปราสาทพระวิหารจากไทยว่าไม่มีความจำเป็น...
    by Editor
  • นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าในวันที่ 8-10 พ.ย. 2557 จะมีการประชุมบีโอไอของประเทศอาเซียน ที่กรุงเนย์ปิดอว์ ประเทศพม่า...
    by Editor
  • ภาพถ่ายไม่ระบุวันที่เผยให้เห็นสภาพบนยอดเขาก๋ากะบอระซีที่มีหิมะปกคลุม และด้วยสภาพอากาศที่เลวร้าย ทั้งหิมะตกและหมอกปกคลุมหนาทำให้ทีมกู้ภัยของมูลนิธิต้องระงับภารกิจค้นหาสองนักปีนเขาที่สูญหายไว้ชั่วคราว...
    by Editor
  • มาเลเซียเป็นหนึ่งใน 5 ประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียนใน ค.ศ. 1967 ในช่วงนั้นกล่าวได้ว่ามาเลเซียมีความใกล้ชิดกับไทยมาก ผู้นำของมาเลเซียในขณะนั้น คือ ตนกู อับดุล ระห์มัน (Tunku Abdul Rahman) นายกรัฐมนตรีคนแรกของมาเลเซีย...
    by Editor Bow

สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean