ลบ แก้ไข

อาเซียน-จีนขับเคลื่อนศก.ทศวรรษหน้า



       การเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ก่อให้เกิดยุคใหม่ของความร่วมมือและโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่แก่ประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับจีน ที่เป็นปัจจัยสำคัญ ต่อการมองภาพในเชิงบวกต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

      ในรายงาน "ศักยภาพทางเศรษฐกิจ ของอาเซียน" ของศูนย์วิจัยยูโอบี ริเสิร์ช ระบุว่า ประเทศจีนมีบทบาท
สำคัญสำหรับทั้งการค้า และการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในทศวรรษที่ผ่านมา และมี
ประวัติศาสตร์สัมพันธ์กันมายาวนานนับหลายพันปี

     ในปี 2556 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เริ่มกล่าวถึงความคิดริเริ่มในการพัฒนา "New Silk Road" หรือ เส้นทางสายใหม่แห่งใหม่ และ "Maritime Silk Road" หรือ เส้นทางสายใหม่ทางทะเล เริ่มต้นจากมณฑลฝูเจี้ยน เชื่อมต่อไปยังบริเวณเขตฝั่งทะเลต่างๆ ในภูมิภาค

      จากมุมมองของการค้าขายและลงทุนนั้น ความคิดริเริ่ม เส้นทางสายใหม่ทางทะเลนี้ จะสามารถสานสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศจีนกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นตัวผลักดัน ในช่วงเวลาที่จีนกำลังประสบปัญหาภายในทางเศรษฐกิจด้วยอัตราค่าจ้างที่สูงขึ้อสังหาริมทรัพย์มี ราคาสูงขึ้น และสกุลเงินที่กำลังแข็งค่าขึ้น จึงต้องพยายามมองหาฐานการผลิตและตลาดใหม่ๆ ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง มีศักยภาพเป็นจุดหมายได้ชัดเจนจากความผูกพันด้านภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ จนถึงขณะนี้จีนมีบทบาทมากขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อัตราการเติบโตของมูลค่าการค้าขายระหว่างจีนและอาเซียน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 5% ในปี 2543 มา อยู่ที่ 14% ในปี 2553 และที่ 16% ในปี 2556 หรือคิดเป็นมูลค่าราว 405,000 ล้านดอลลาร์ โดยคาดว่า อัตราการเติบโตของมูลค่าการค้าขายระหว่างอาเซียน กับจีน ไม่รวม ไต้หวัน และฮ่องกง อาจสูงถึง 24% หรือ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573

      ด้านการลงทุนก็เช่นเดียวกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนมีการผลักดันส่งเสริมการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ เพื่อสร้างความสมดุลกับเงินทุนที่ไหลเข้ามาจากต่างประเทศ และเป็นการช่วยให้เงินหยวน อ่อนค่าลง
มีประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มนี้ และนโยบายนี้ส่งผลให้
การลงทุนโดยตรงใน ประเทศและต่างประเทศของจีนมีความสมดุลมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา

     การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของจีน ได้พุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งส่วนมากเป็นลงทุนในเอเชีย ที่คิดเป็นสัดส่วนสูง ถึง 72% ของการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศทั้งหมด เมื่อปีที่แล้ว

     ในปี 2546 ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากจีน ที่เข้ามายังกลุ่มประเทศอาเซียนอยู่ ที่ประมาณ 600 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น สัดส่วนราว 2.2% ของอัตราการลงทุนโดยตรงทั้งหมดของจีนในเอเชีย และเมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขนี้ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ ที่ 8% ซึ่งคาดว่า เมื่อถึงปี 2573 สัดส่วนนี้ อาจจะเติบโตขึ้นไปถึง 14% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 185,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าจากเมื่อปี 2556

      ทั้งนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของจีน ประกอบกับการก่อตั้งเออีซี จะเป็นแรงกระตุ้นใหม่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีสดใสอย่างชัดเจน แม้สมาชิกทั้งสิบประเทศจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ต่อปี เพียงแค่สองในสามจากที่เคยมีในระหว่างปี 2554 ถึงปี 2556 แต่มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็จะมีมูลค่าเกินกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ ภายใน ปี 2563 ซึ่งเท่ากับขนาดเศรษฐกิจของเยอรมนีในปี 2556 และจะใหญ่เพิ่มเป็นสี่เท่าของปัจจุบัน ภายในปี 2573 โดยมีมูลค่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับขนาดเศรษฐกิจจีนในปี 2556

      ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า นับจากนี้ไปจนถึงปี 2563 เศรษฐกิจของอาเซียน จะมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร และจะแซงหน้าเศรษฐกิจญี่ปุ่นภายในปี 2568 ทำให้อาเซียน เป็นตลาดผู้บริโภคที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกด้วยการมีจ านวนประชากรเป็น ผู้มีรายได้ระดับกลางที่เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลก ขณะที่เศรษฐกิจจีนนั้น คาดว่า ภายในปี 2573 จะเติบโตอยู่ที่ 28 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นรองก็ขณะที่เศรษฐกิจจีนนั้น คาดว่า ภายในปี 2573 จะเติบโตอยู่ที่ 28 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นรองก็เพียงแค่ สหรัฐอเมริกา ที่คาดว่าจะมีขนาด 29 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในยุโรปซึ่งจะมีขนาด 20 ล้านล้านดอลลาร์ในขณะนั้น

      นอกจากนี้ ปัจจัยภายในเช่นอัตราการเติบโตของประชากร และการขยายจำนวนประชากรที่มีรายได้ระดับกลางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะปูทางให้เออีซี รวมฐานการผลิต รวมตลาดในภูมิภาคที่ซึ่งมีความมุ่งมั่นในการค้าขายและลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ มากอยู่แล้วให้มีศักยภาพมากขึ้นไปอีก ส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสัดส่วนการค้าในโลกเพิ่มขึ้น จาก 6.7% ในปี 2556 เป็นเกือบ 8% ในปี 2573 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างมากหากพิจารณาสัดส่วนการค้าของเขตกลุ่มประเทศในยุโรป ในโลกที่มีแนวโน้มลดลง

     สถานการณ์ภายในที่ทำให้จีนเน้นการแสวงหาโอกาสในต่างประเทศจะทำให้ความเชื่อมโยง กับอาเซียนผ่านการค้าและการลงทุนแน่นแฟ้นขึ้น สัดส่วนการค้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีน อาจเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 จาก 405,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2556 และการลงทุนระหว่างประเทศจากจีนสู่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจเพิ่มเป็น 185,000 ล้านดอลลาร์ จาก 31,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาเดียวกัน

ขอขอบคุณที่มา :  กรุงเทพธุรกิจ
 
 
 

Editor
ชม 1,777 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean