ลบ แก้ไข

ผลสำรวจชี้วัยรุ่นเวียดนามใช้เวลาว่างอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตมากกว่าโลกภายนอก



เตื่อยแจ๋ - วัยรุ่นเวียดนามเผชิญกับความไม่สมดุลอย่างรุนแรงในการใช้เวลาสำหรับการศึกษา พักผ่อน และทำกิจกรรมสันทนาการ ซึ่งจากการสำรวจนักเรียน 400 คน ที่มีอายุระหว่าง 13-19 ปี ในกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ พบว่ามี "ช่องว่างขนาดใหญ่" ในชีวิตของวัยรุ่นในเขตชุมชนเมือง และยังตอกย้ำถึงปัญหาที่น่าวิตกเกี่ยวกับแนวคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมของวัยรุ่นกลุ่มนี้
       
       วัยรุ่นในกลุ่มสำรวจใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องเรียนและให้เวลาเพียงเล็กน้อยกับการเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชุมชน นอกเหนือจากเวลาเรียนแล้ว ร้อยละ 92 ของนักเรียนกลุ่มสำรวจระบุว่า พวกเขาต้องใช้เวลาเรียนพิเศษเพิ่มเติมที่บ้านครูอีก 2-3 วิชา ที่รวมทั้งวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ
       
       การสำรวจที่จัดทำขึ้นโดยบริษัทวิจัย TITA บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยตลาดเวียดนาม ระบุว่า วัยรุ่นในเขตเมืองใช้เวลา 10.5 ชั่วโมงต่อวันไปกับการเรียนที่โรงเรียน ที่บ้าน และแม้แต่ที่บ้านของครูผู้สอน เด็กวัยรุ่นเหล่านี้มีเวลาเพียง 4 ชั่วโมงต่อวันสำหรับความบันเทิง ที่ส่วนใหญ่หมดไปกับการดูโทรทัศน์ เล่นอินเทอร์เน็ต เล่นเกมและแชทผ่านอีเมล์หรือเว็บไซต์สังคมออนไลน์
       
       ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ใช้เวลาส่วนมากอยู่บนเตียงและใช้เวลามากขึ้นกับโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์เป็น 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งพวกเขายอมรับว่าใช้คอมพิวเตอร์เล่นเกมมากกว่าใช้เพื่อการศึกษาหาความรู้ ส่วนโทรศัพท์มือถือก็ใช้เล่นเกมเช่นกัน
       
       ส่วนกีฬาที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตทางกายภาพและจิตใจ กลุ่มสำรวจให้เวลาเพียงเล็กน้อยกับกิจกรรมเหล่านี้
       
       ร้อยละ 70 ของนักเรียนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาของโรงเรียน และนักเรียนหญิงถึงร้อยละ 80 ระบุว่าไม่เล่นกีฬาที่โรงเรียน ส่วนในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน มีเพียงร้อยละ 43 ที่ระบุว่าเล่นกีฬา ส่วนในกลุ่มนักเรียนหญิงลดลงเหลือเพียงร้อยละ 29
       
       อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นส่วนใหญ่มีผลการเรียนดีในปีการศึกษา 2556-2557 โดยร้อยละ 85 ของนักเรียนที่ตอบแบบสำรวจมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ เรียนดี หรือ ค่อนข้างดี อย่างไรก็ตามมีข้อเท็จจริงที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นหากใช้เวลากับการเรียนพิเศษที่บ้านของครูผู้สอนมากขึ้น
       
       ร้อยละ 20 ของนักเรียนในกลุ่มสำรวจมีทัศนคติทางลบต่อครูผู้สอนของตัวเอง โดยกล่าวโทษว่าครูสอนในห้องไม่เต็มที่เท่ากับที่เรียนพิเศษ และร้อยละ 46 ของวัยรุ่นระบุว่าไม่รู้เส้นทางอาชีพในอนาคต และยังดูเหมือนว่านักเรียนหลายคนคิดว่าการเรียนเป็นหน้าที่มากกว่าความต้องการที่จะมีความรู้
       
       ฟาน กว่าง ตีง หัวหน้าผู้จัดทำการสำรวจยอมรับว่าผู้ปกครองและครูควรมุ่งให้ความช่วยเหลือนักเรียนสร้างแนวทางที่ถูกต้องต่อการศึกษา ผู้ปกครองและครูจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนวัยรุ่นในการค้นหาอาชีพที่พวกเขาให้ความสนใจ. 

ขอบคุณที่มา : 
manager.co.th (  ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าว )
 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor
ชม 3,738 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean