ลบ แก้ไข

เร่งศึกษาสินค้าเกษตร“อาเซียน” สศก.ระดมสมองวิเคราะห์ข้อมูลรับเออีซี


นายอนันต์ ลิลา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.ได้จัดการประชุมสัมมนาเรื่อง การศึกษาเศรษฐกิจสินค้าเกษตรเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ปี 2557: ประเทศมาเลเซีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่ง สศก. ได้ดำเนินการศึกษาเศรษฐกิจสินค้าเกษตรเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยใช้ระยะเวลาในการศึกษา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปี 2557

โดยในปี 2557 สศก. ได้ทำการศึกษาในกลุ่มประเทศ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย  ด้วยการเก็บข้อมูลและการจัดทำรายงานเบื้องต้น ดังนั้นเพื่อให้ผลการศึกษาครั้งนี้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน ทุกภาคส่วนให้การยอมรับ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จึงได้จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นขึ้น เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ศึกษาจะได้นำความรู้ไปปรับปรุงรายงานผลการศึกษาให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ก่อนที่จะมีการเผยแพร่สู่สาธารณชนต่อไป

“การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น ถูกกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ  ซึ่งทุกองค์กรต้องตระหนักและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะองค์กรที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ ซึ่ง สศก. ได้ทำการศึกษาศักยภาพของไทยเปรียบเทียบกับสมาชิกอาเซียน เพื่อกำหนดแนวทางการปรับตัว รวมทั้งวางแผน ระยะต่างๆ จัดทำเป็น Road map เส้นทางไปสู่เป้าหมายของอาเซียน โดยการกำหนดยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ ทั้งเชิงรุก เชิงรับ ให้ประเทศไทยสามารถคงสถานะ ความเป็นผู้นำของอาเซียนต่อไป”

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นเป็นทางการในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ซึ่งเหลือเวลาอีกประมาณ 1 ปีเท่านั้น  การศึกษาศักยภาพการเกษตรเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ถือเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกของประเทศสมาชิกอื่นๆ เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบศักยภาพการแข่งขันในทุกด้าน ตั้งแต่สภาพทั่วไป โครงสร้างพื้นฐาน การค้าสินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุน เช่น กฎหมาย กฎระเบียบของแต่ละประเทศ  การดำเนินการของด่านการค้าชายแดน เพื่อการปรับตัวและเตรียมความพร้อมให้ภาคการเกษตรของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สมาชิกอาเซียนต่างเป็นผู้นำในการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรหลายรายการเช่นเดียวกับไทย    ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้นำเข้าสินค้าเกษตรรายใหญ่ ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องก้าวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของอาเซียน จึงต้องมีการดำเนินการด้านต่างๆ ทั้งความพร้อมทางเศรษฐกิจ การปรับโครงสร้างการผลิตที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่ระบบการค้า การลงทุน การส่งออก การสร้างโอกาสของไทย รวมทั้งป้องกันผลกระทบที่เป็นวิกฤต ที่อาจเกิดขึ้น  โดยเฉพาะต่อภาคการเกษตร  ซึ่งการสัมมนาในวันนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและผู้เข้าร่วมสัมมนา ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศที่ทำการศึกษาเพื่อนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่องานที่รับผิดชอบ รวมทั้งเป็นข้อมูลเสนอผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้ประกอบการตัดสินใจในการกำหนด
นโยบายต่อไปด้วย

ขอบคุณที่มา : นสพ.แนวหน้า

 

Editor
ชม 2,407 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean