ลบ แก้ไข

“คาโอ” แย้มแผนรุกตลาด AEC ใช้ไทยเป็นฐานผลิต-ลอจิสติกส์

“คาโอ” แย้มแผนรุกตลาด AEC ใช้ไทยเป็นฐานผลิต-ลอจิสติกส์
“มิจิทากะ ซาวาดะ” (ขวา) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาโอ คอร์ปอรชั่น จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) “ฮิโรยูกิ คุมาซาว่า” (ซ้าย) ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท คาโอ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด

       ทุ่มงบฯ ก้อนใหญ่ในรอบ 4 ปี ลงทุนตั้งโรงงานใหม่กว่า 100 ไร่ ในนิคมฯ อีสเทิร์นซีบอร์ด หวังใช้เป็นศูนย์กลางผลิต และขนส่งสินค้าเจาะตลาด AEC หลังทำยอดส่งออกในเอเชีย 13% เผยยอดขายในไทยพุ่งพรวด 104% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 56
       
       นายมิจิทากะ ซาวาดะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาโอ คอร์ปอรชั่น จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) เปิดเผยว่า ปี 2557 ถือเป็นปีที่ 50 ของการลงทุนในประเทศไทย โดยปัจจุบันมีโรงงานขนาดพื้นที่ 1.6 แสนตารางเมตร ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ทำการผลิตผลิตภัณฑ์อุปโภค 3 กลุ่มคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้าและครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลผิวและเส้นผม กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยสำหรับผู้หญิงและเด็ก นอกจากนี้ ยังทำการผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเหล็ก เกษตร ตลอดจนเคมีภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์อุปโภค โดยที่ผ่านมา มีรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภค 80% และผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ 20%
       
       คาโอฯ ประเทศไทย มีการส่งออกสินค้าประเภทต่างๆ ไปยังประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และอื่นๆ เป็นสัดส่วนประมาณ 12-13% คิดเป็นรายได้ประมาณ 20% ของตลาดในเอเชีย ขณะที่ยอดขายในเอเชียคิดเป็นสัดส่วน 15% ของยอดขายทั่วโลก ล่าสุด จึงมีโครงการที่จะลงทุนในประเทศไทยโดยการสร้างโรงงานใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ หรือกว่า 1.65 แสนตารางเมตร ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่กว่า 1 เท่าตัว ในรอบ 4 ปีที่ได้ลงทุนในประเทศไทย
       
       “ปัจจุบัน คาโอฯ มีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย 1 แห่ง และสำนักงานภูมิภาคอีก 14 แห่ง การลงทุนครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นฐานกำลังการผลิตที่สำคัญในการรองรับตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งภายในประเทศไทย ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งใช้เป็นศูนย์กลางในการขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน โดยขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาว่าจะทำการผลิตผลิตภัณฑ์ใด”
       
       นายมิจิทากะ ซาวาดะ ยังกล่าวถึงแผนการตลาด และการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนว่า ปัจจุบัน คาโอฯ มีการลงทุนทั้งในประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม แต่หลังจากการเปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 แล้ว จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียน ขณะที่โรงงานในประเทศอื่นๆ จะเป็นการจำหน่ายในประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะ โดยนอกจากการลงทุนโรงงานแห่งใหม่แล้ว คาโอฯ ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อใช้ประเทศไทยเป็นฐานสำคัญในเรื่องระบบลอจิสติกส์ และการกระจายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียน โดยจะเน้นการใช้ช่องทางการขนส่งทางท่าเทียบเรืออีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง
       
       ทางด้าน นายฮิโรยูกิ คุมาซาวา ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท คาโอ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน คาโอ ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 กลุ่ม ประมาณ 300 เอสเคยู แต่ในกรณีทำการโปรโมชันผลิตภัณฑ์ใดจะเพิ่มขึ้นเป็น 800 เอสเคยู ล่าสุด เพิ่งทำการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 ประเภทคือ ผงซักฟอก “แอทแทค” สูตรใหม่ “อีซี่ ควิก” และผ้าอนามัย “ลอรีเอะ” Super Gentle +
       
       “คาโอฯ มีเป้าหมายการทำตลาดในประเทศไทยว่าจะต้องมียอดขายเติบโตไม่น้อยกว่าตลาดรวม โดยในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายเติบโตขึ้น 104% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เพราะถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้มีบริโภคมีความจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน จึงคาดว่าในปี 2557 จะสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 6-7%”

ขอบคุณที่มา : 
 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor
ชม 2,221 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean