ท่องเที่ยว พม่า

Pyanmana เมืองหลวง - เปียงมะนา

ที่ตั้งของเมืองเปียงมะนาอยู่ห่างจากย่างกุ้งไปทางเหนือราว 244 ไมล์ และเป็นจุดตัดของถนนสายหลัก 2 เส้น ซึ่งเชื่อมพม่าตอนเหนือกับตอนใต้เข้าด้วยกัน รวมถึงเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ใช้กันมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งยังเชื่อมกับเส้นทางรถไฟที่ติดต่อไปยังตอนใต้ของจีน
อย่างไรก็ดี ศูนย์กลางที่รัฐบาลพม่าใช้ก่อตั้งเมืองหลวงใหม่จริงๆ อยู่ห่างจากเปียงมะนาไปทางตะวันตกราว 7 ไมล์ เป็นจุดที่เรียกว่า “ไจ้เปี่ย” (Kyep Pyay) ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากนายพลอองซาน เคยใช้เป็นชัยภูมิสู้รบจนได้เอกราชจากอังกฤษ ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่พรรคคอมมิวนิสต์เคยใช้ปักหลักต่อสู้กับรัฐบาลพม่าในอดีต

เมืองหลวงเดิม- ย่างกุ้ง

พื้นที่ 261,970.31 sq mi , 678,500.00 sq kmตั้งอยู่ทวีปเอเชีย (เอเชียตะวันตกเฉียงใต้) พรมแดนติดกับ ทะเลอันดามัน และอ่าวเบงกอล ติดกับบังคลาเทศและไทย ภาษาใช้ Burmese แต่กลุ่มชนต่างๆ มีภาษาของตัวเอง


 

พระเจ้าบุเรงนอง พม่าเรียกบะยินเนาว์ (Bayinnaung )
ในบทนิพนธ์ของกรมพระยาดำรงฯ ตั้งสมญานาม พระเจ้าบุเรงนองว่า The Conqueror of Ten Direction ผู้ชนะสิบทิศ ผู้ชนะสิบทิศ เป็นเรื่องราวชีวิตของชายผู้หนึ่ง ที่ชื่อ "จะเด็ด" พ่อแม่ของจะเด็ด เป็นคนยากจน ยังชีพด้วยการปาดตาลแต่จะเด็ด เป็นผู้มีบุญญาธิการที่จะได้เป็นกษัตริย์ ได้ครองเศวตฉัตรของพุกามประเทศ จึงวันหนึ่ง ขณะเมื่อยังเป็นทารก พ่อแม่ของจะเด็ดกำลังทำงาน ปีนต้นตาลคนละต้น ก็มีงูใหญ่ตัวหนึ่งได้มาขด ล้อมรอบกายจะเด็ดที่กำลังนั่งเล่นอยู่ สองสามีภรรยาเห็นเหต อัศจรรย์ดังนั้น จึงรีบนำเรื่องนี้ไปเล่า ให้พระราชาคณะรูปหนึ่งฟัง ราชาคณะรูปนั้นได จับยามผูกดวงชาตาเด็กทารกนั้นดู ก็รู้ว่าเด็กทารกนี้ เป็นผู้มีบุญ จะได้เป็นถึงมหาราช
จึงแนะนำให้พากันไปอาศัยอยู่กับภิกษุมังสินธู เจ้าอาวาสวัดกุโสดอ ในเมืองตองอู ต่อมาบิดาของจะเด็ดเสียชีวิตลง และนางเลาชีผู้เป็นแม่ ได้มาเป็นแม่นมให้แก่ราชโอรส และราชธิดา เมืองตองอู ทำให้จะเด็ดได้คลุกคลีกับบุคคลในวงศ์กษัตริย์ของเมืองตองอู โดยเฉพาะ มังตรา ราช โอรสเมืองตองอู ผู้มีลิ้นดำ ซึ่งอ่อนเยาว์กว่า จะเด็ดจงรักภักดีต่อมังตราเจ้านายเหนือหัวของตนเป็นอันมาก ได้เรียนวิชาการ รวมทั้ง เพลงอาวุธ โดยเฉพาะเพลงทวนบนหลังม้า จากพระอาจารย์มังสินธู อดีตนักรบคู่บุญ พระเจ้าเมงกะยินโย ผู้ตั้ง เมืองตองอู นอกจากนี้จะเด็ดยังได้เรียนเพลงดาบจาก ตะคะญี นักรบเฒ่าชาวกะเหรี่ยงสหายรักของมังสินธู ซึ่ง มีอาชีพเป็นช่างตีดาบและเป็นครูดาบแห่งหมู่บ้านกะเหรี่ยง เมื่อพระเจ้าเมงกะยินโย (หรือพระเจ้าสิริชัยะสุระ) เสด็จสวรรคตลง มังตรา เยาวกษัตริย์ แห่งเมือง ตองอู กับจะเด็ดสหายร่วมน้ำนม ก็ได้พยายามแผ่อาณาเขตของเมืองตองอู ไปจนทั่วลุ่มน้ำอิระวดี จนตีได้ เมืองแปร เมืองเมาะตะมะ เมืองหงสาวดี เมืองอังวะ เมืองยะไข่ รวมกันเข้าเป็นอันหนึ่งอัน เดียวกัน แล้วตั้งเมืองหลวงใหม่ขึ้นที่เมืองหงสาวดี สถาปนาพระเจ้ามังตราขึ้นเป็นจักรพรรดิ์ ทรง พระนามว่า พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ พระเจ้าตะเบงชะเวตี้(พระเจ้าลิ้นดำ) กับ บุเรงนอง (จะเด็ด) ซึ่งเป็นพี่เขย ได้กรีธาทัพ พร้อมไพร่พลโยธา ช้าง ม้า จำนวนมากมาล้อมกรุงศรีอยุธยา จนเกิดเรื่องราวของความจงรักภักดีต่อ พระมหากษัตริย์และความ หวงแหนแผ่นดินถิ่นเกิดของคนไทย ต่อมาเมื่อพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ สิ้นพระชนม์ลง จะเด็ดก็ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นมหากษัตริย์แทน ทรงนามว่าพระเจ้าบุเรงนอง พระเจ้าบุเรงนองกับการเสียเมืองของกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.๒๑๐๖ พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา มีกำลังพล ๒๐๐,๐๐๐ คน จัดเป็นทัพกษัตริย์ถึงหกกองทัพ มีเมืองเชียงใหม่สนับสนุนเสบียงอาหาร โดยลำเลียงมาทางเรือ เดินทัพมาทางด่านแม่ละเมา ได้เตรียมทัพเรือพร้อมปืนใหญ่กับจ้างชาวโปรตุเกส อาสาสมัคร ๔๐๐ คน เป็นพลปืนใหญ่ พม่าตีได้เมืองกำแพงเพชร สวรรคโลก สุโขทัย พิชัย และพิษณุโลก ปะทะทัพไทยที่ชัยนาท แล้วเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ ต้องยอมเป็นไมตรี พ.ศ.๒๑๑๑ สงครามไทย – พม่า คราวเสียกรุง พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า ยกกองทัพใหญ่เจ็ดกองทัพ มีกำลังพล ๕๐๐,๐๐๐ คน ยกทัพมาทางด่านแม่ละเมา เข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ทั้งสี่ด้าน สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ประชวรและสวรรคต กองทัพพระไชยเชษฐา กษัตริย์ล้านช้างยกมาช่วย แต่ถูกพม่าโจมตีแตกกลับไป เมื่อวันอาทิตย์ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะเส็ง จุลศักราช ๙๓๑ (พ.ศ.๒๑๑๒) กรุงศรีอยุธยาต้องเสียแก่กองทัพพม่าซึ่งมีพระเจ้ากรุงหงสาวดี หรือ พระเจ้าบุเรงนอง ที่เรา รู้จักกันดีในนามว่า "ผู้ชนะสิบทิศ" ทรงเป็นจอมทัพ ภายหลังที่ได้ต่อสู้ขับเคี่ยวกันมานานถึง ๙ เดือนเศษ พระเจ้าหวสาวดี บุเรงนอง และพระสุพรรณกัลยาพระสุพรรณกัลยา เป็นธิดาองค์ใหญ่ของพระมหาธรรมราชา และพระวิสุทธิกษัตริย์ แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงเป็นพระพี่นางของสมเด็จพระนเรศวร และพระเอกาทศรถ วีรกษัตริย์ไทยผู้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติ ให้พ้นจากอำนาจของพม่า พระนางทรงพระราชสมภพเมื่อ วันเสาร์ ปีมะเส็ง พุทธศักราช ๒๐๙๓ ณ พระราชวังจันทน์ (บริเวณที่ตั้งโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในปัจจุปัน)เมื่อกรุงศรีอยุธยาแพ้ศึกพระเจ้าหงสาวดี (พระเจ้าบุเรงนอง) พุทธศักราช ๒๑๑๒ พระนางและพระเจ้าน้องยาเธอทั้งสองพระองค์ ได้ถูกบุเรงนอง กษัตริย์พม่า กวาดต้อนไปเป็นเชลยที่เมืองหงสาวดีพร้อมด้วยพระมหินทราธิราชเจ้าเหนือหัว แต่พระมหินทราธิราชเสด็จสวรรคตเสียที่เมืองอังวะ พม่าจึงแต่งตั้งให้พระมหาธรรมราชา ครองกรุงศรีอยุธยา ในขณะที่โอรสและธิดา ยังเป็นเชลยอยู่เพื่อเป็นตัวประกัน ป้องกันการคิดทรยศของฝ่ายไทย ทั้งสามพี่น้องอยู่ที่หงสาวดีถึง ๖ ปี จึงได้กลับมากรุงศรีอยุธยาด้วยเหตุที่พระเจ้าหงสาวดี บุเรงนองเกิดความพึงพอใจในสิริโฉมงดงาม ของพระสุพรรณกัลยา จึงมาสู่ขอจากพระมหาธรรมราชา และนำกลับไปอภิเษกเป็นพระชายา ณ เมืองหงสาวดี ต่อมาพระนางได้ออกอุบาย ทูลขอให้พระเจ้าน้องยาเธอทั้งสองพระองค์ กลับสู่กรุงศรีอยุธยา เพื่อช่วยพระบิดารับศึกพระยาละแวกแห่งเขมร นับเป็นมหาวีรกรรม ที่ทรงมีแต่ปวงชนชาวไทย อันควรยกย่องพระเกียรติยศให้ปรากฏ 

ท่องเที่ยว พม่า
thealami.com

เมืองย่างกุ้ง
นานมาแล้วที่เมืองย่างกุ้ง ติดอยู่ในมิติของกาลเวลาที่บิดเบือนเลือนลาง เมืองโบราณแห่งนี้เคยอบอวลไปด้วยไอร้อน ฝุ่นผงธุลีดิน และสรรพสำเนียงเสียงเซ็งแซ่ ไม่มีอาคารสูงระฟ้า มีแต่ตึกรามเก่าๆ ที่ชาวอังกฤษสร้างไว้ บนท้องถนนก็มีแต่รถประจำทางที่แน่นขนัด แท็กซี่รุ่นคุณปู่ และสามล้อที่เก่าจวนจะพังมิพังแหล่แต่ช่วงไม่กี่ปีสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 ย่างกุ้งได้พลิกเปลี่ยนโฉมหน้าไปเมื่อนักลงทุนจากต่างประเทศเพื่อนบ้านทยอยกันเข้ามาไม่ขาดสาย รถรุ่นคุณปู่ต้องหลีกทางให้รถญี่ปุ่นรุ่นใหม่สีมันวับ แท็กซี่รุ่นเก่าที่เคยวิ่งโคลงเคลงอยู่ตามท้องถนนถูกแทนที่ด้วยแท็กซี่รุ่นใหม่ ส่วนใหญ่เป็นรถยี่ห้อ มาสด้ากับซูบารุ ตึกรามอันเก่าแก่ทรุดโทรมถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างโรงแรมกับอาคารสำนักงานที่สูงระฟ้าขึ้นมาแทนที่แต่นั่นไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของย่างกุ้งลดน้อยถอยลงในสายตาของนักท่องเที่ยว พาหนะที่ทันสมัยช่วยให้เดินทางได้สะดวกสบายขึ้น และถึงแม้ว่าจะมีตึกสูงขึ้นแซมอยู่กับหมู่โบราณสถาน แต่วิถีชีวิตของผู้คนกลับเปลี่ยนแปลงไปน้อยกว่า เราจึงสามารถนั่งแท็กซี่ไปเยือนชุมชนโปรตุเกสเก่าที่ตั่นหลินได้โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที แทนที่จะนั่งเรือเป็นครึ่งค่อนวันและตั่นหลินก็ยังคงเป็นเมืองที่เงียบสงบซ่อนเหตุวุ่นวายในประวัติศาสตร์ไว้เบื้องหลังซากโบถส์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป พระบรมธาตุชเวดากอง(SHWEDAGON PAGODA) พระมหาเจดีย์ทองคำที่งดงามตั้ง เด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูงประมาณ 109 เมตร ประดิษฐานอยู่บนเนินดินที่ชื่อ “SINGUTTARA” ซึ่งมีลานรูปสี่เหลี่ยมและเป็นเนินที่สูงที่สุดในเขตปริมณฑลเมืองย่างกุ้งมีความยาว โดยรอบ ประมาณ 473 เมตร รอบฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ อีกร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้านยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย นับเป็นงานถาปัตยกรรมฝีมือช่างพม่าที่งดงามหาที่เปรียบมิได้ สันนิษฐานว่าเริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษแรกๆ เชื่อกันว่าภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น พระมหาเจดีย์นี้ยังคงฐานะของพุทธสถานอันเป็นที่พึ่งทางใจของคนพม่าในทุกชั้นวรรณะทุกเพศทุกวัน


ท่องเที่ยว พม่า
hflight.net

พระเจดีย์สุเล (Sule Pagoda)
องค์พระเจดีย์สูงถึง 157 ฟุต ศาสนสถานหลักใจกลางกรุงย่างกุ้ง สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ สุเลนัต หนึ่งในสี่นัตที่เกี่ยวข้องกับตำนานของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง


ท่องเที่ยว พม่า
somsiritours.com

พระเจดีย์โบตะตอง
ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่นำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากอง เมื่อพระเกศาธาตุได้ถูกอัญเชิญขึ้นจากเรือ ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์โบตะตองแห่งนี้ก่อน พระเจดีย์แห่งนี้ได้ถูก ทำลายในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ โดยมีความแตกต่างกับ พระเจดีย์ทั่วไปคือ ออกแบบให้ใต้ฐานพระเจดีย์มีโครงสร้างโปร่งให้คนเดินเข้าไปภายในได้ โดยอัญเชิญพระบรมธาตุไว้ในผอบทองคำให้ผู้คนได้เข้ามากราบไหว้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนผนังใต้ฐานเจดีย์ได้นำทองคำและของมีค่าต่างๆ ที่มีพุทธศาสนิกชนชาวพม่านำมาถวายแก่องค์พระเจดีย์ มาจัดแสดงไว้


ท่องเที่ยว พม่า
sanookholiday.com

พระพุทธไสยาสน์เชาตาจี 
พระพุทธไสยาสน์เชาตาจีแห่งเมืองย่างกุ้ง พระพุทธรูปองค์นี้ มีลักษณะพิเศษคือ ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด เพราะประกอบด้วย ลายลักษณธรรมจักร ข้างละองค์ ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วย รูปอัฏฐุตรสตกตมงคล 108 ประการ


สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

วัดพระหินขาว

พระธาตุมุเตา หรือ พระมหาเจดีย์ชเวมอดอ

พระราชวังหงสาวดี หรือ Kanbawzathadi Palace วังพระเจ้าบุเรงนอง 
พระพุทธไสยาสน์ชเวทาลยวง

พระมหาเจดีย์ 
พระเจดีย์ไจปุ่น(Kyaikpun Pagoda)


ท่องเที่ยว พม่า
exoticontour.com

วัดพระหินขาว 

หรือที่มีชื่อเรียกอย่างทางการว่า “Lawka Chantha Abaya 
Labamuni Buddha Image” พระหินขาวนี้สร้างจากหินขาวที่มีลักษณะมันวาว สีขาวสะอาดและไม่มี
ตำหนิ สูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต หนัก 600 ตัน เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสิงคโปร์ และศรีลังกายกขึ้นหันฝ่าพระหัตถ์ออกจากองค์ หมายถึงการไล่ศัตรูและประทานความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังมีการนำหินที่เหลือมาสลักเป็นพระพุทธบาทซ้าย-ขวา ประดิษฐานอยู่ บริเวณด้านหลังพระพุทธรูปด้วย จากนั้นชมช้างเผือกคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่าในบริเวณใกล้กันศาสนสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ใน เมืองหงสาวดี เป็นพระธาตุเก่าแก่อายุกว่า 1,200 ปี เคยพังทลายลงมาเพราะแผ่นดินไหวเมื่อ พ.ศ. 2473 หรือเมื่อ 74 ปีที่แล้ว ต่อมาได้รับการบูรณะปฎิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2497 ปัจจุบันพระธาตุมุเตามีความสูงประมาณ 125 เมตร พระราชวังหงสาวดี หรือ Kanbawzathadi Palace อดีตพระราชวังของ “พระเจ้าบุเรงนองกยอดิน นรธา” ที่คนไทยรู้จักในดีในนามของผู้ชนะสิบทิศ สิ่งปลูกสร้างไม่ว่าจะเป็น ตำหนักที่บรรทมและท้อง พระโรงที่ออกว่าราชการซึ่งตั้งอยู่ในพระราชวังทุกวันนี้ และเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกัน ในอดีตพระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 มีผังเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยม กำแพงแต่ละด้านยาวประมาณ 1.5 ไมล์ถูกสร้างขึ้นใหม่ตามบันทึกของ นายราล์ฟ ฟิตซ์ ชาวอังกฤษซึ่งเข้ามาติดต่อค้าขายและได้เห็นเมืองหงสาวดีในยุครุ่งเรืองได้บรรยายไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2129 ก่อนที่พระราชวังหงสาวดีซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงามจะถูกเผาทำลายลงในปี พ.ศ. 2143 พระพุทธไสยาสน์ชเวทาลยวง ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี พระพุทธรูป องค์นี้มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 พระพุทธรูปองค์นี้ได้ตากแดดกรำฝนอยู่เป็นเวลาหลายร้อยปีจนกระทั่งทรุดโทรมลง ระหว่างนั้นก็ได้มีการบูรณะมาโดยตลอด แต่ในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าอลองพญาแห่งราชวงศ์คองบอง ปราบมอญราบคาบ เมืองหงสาวดีถูกทิ้งร้างพระพุทธไสยาสน์ก็ถูกทอดทิ้งจนกลางเป็นเพียงกองอิฐถูกต้นไม้ขึ้นปกคลุมหมด จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษ สร้างทางรถไฟสายพม่าใต้ จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณะปฏิสังขรณ์อย่างจริงจัง โดยทาสีและปิดทองใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน พระมหาเจดีย์ พระมหาเจดีย์ซึ่งสร้างโดยพระเจ้าบุเรงนอง ในปี พ.ศ. 2103 เพื่อประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วจากลังกาและ พระเจดีย์ไจปุ่น ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี สร้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์หันพระพักตร์ไปทุกทิสทาง แทนความหมายถึง พระพุทธเจ้า ทั้งสี่พระองค์ในภัทรกัป ได้เวลาสมควรนำท่านเดินกลับสู่กรุงย่างกุ้ง



เรียบเรียงโดย KERO uAsean.com
เนื้อหาอ้างอิงจาก Asianroom ,tourismchiangrai.com

โดย Editor Bow
วันที่ 24 มีนาคม 2556
พิมพ์หน้านี้