กัมพูชาให้คำมั่นที่จะร่วมมือกับไทยสร้างสรรค์เขตชายแดน

กัมพูชาให้คำมั่นที่จะร่ว

วันที่ 11 พฤศจิกายน ศาลโลกไอซีจีได้ตัดสินว่า พื้นที่รอบตัวปราสาทพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชา ซึ่งคำตัดสินนี้ถือเป็นข้อบังคับ
หลังจากที่ไอซีจีประกาศคำตัดสินดังกล่าว ค่ำวันที่ 11 พฤศจิกายน สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้กล่าวปราศรัยผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเพื่อแจ้งให้ชาวกัมพูชารับทราบเกี่ยวกับผลการตัดสินของศาลโลกเกี่ยวกับพื้นที่รอบปราสาทเขาพระวิหาร พร้อมทั้งย้ำว่า การตัดสินของศาลโลกมีความหมายแห่งประวัติศาสตร์และเป็นนิมิตหมายที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขการพิพาทอย่างสันติตามกฏหมายสากล กัมพูชาเคารพและจะปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของการประชุมร่วมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย – กัมพูชาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ได้ให้คำมั่นว่าจะให้ความเคารพและหารือเพื่อปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลก ซึ่งกัมพูชาจะปฏิบัติตามคำมั่นดังกล่าวและร่วมมือกับไทยยับยั้งและควบคุมการเคลื่อนไหวที่อาจจะส่งผลให้เกิดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ ตลอดจนผลักดันความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างสองประเทศเพื่อสร้างสรรค์เขตชายแดนที่สันติ เสถียรภาพและร่วมมือกัน  ในการนี้ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้เรียกร้องอีกครั้งว่า กองกำลังติดอาวุธและประชาชนของทั้งไทยและกัมพูชาควรอดกลั้นและรอผลการเจรจาระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในเขตชายแดน
    ในขณะเดียวกัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยได้แถลงว่า พอใจกับคำตัดสินของศาลโลก ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์กับฝ่ายไทยเพราะศาลไม่ได้มีคำตัดสินเกี่ยวกับพื้นที่พิพาทแต่ขอให้ทั้งสองฝ่ายหาทางเจรจาแก้ไขปัญหากันเอง เช่น การเจรจาผ่านกรอบความร่วมมือของคณะกรรมาธิการว่าด้วยความร่วมมือไทย-กัมพูชา ดังนั้น ไทยและกัมพูชาจะร่วมมือกันในการอนุรักษ์ปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบผ่านการช่วยเหลือของยูเนสโก

กัมพูชาให้คำมั่นที่จะร่ว


เรียบเรียงโดย KERO uAsean.com
เนื้อหาอ้างอิงจาก vovworld.vn
โดย Editor Bow
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556
พิมพ์หน้านี้