ลบ แก้ไข

แย่แล้วถ้าสิงคโปร์เลิกกินข้าวไทย หันไปหาเวียดนามและพม่า

แย่แล้วถ้าสิงคโปร์เลิกกิ


ก่อนหน้านี้รัฐบาลอินโดนีเซีย รณรงค์ให้ประชาชนของตนกินข้าวน้อยลง เพื่อจะได้สามารถส่งข้าวออก และอาจจะกลายเป็นประเทศส่งข้าวออกอันดับหนึ่งของโลกก็ได้ หากประชาชนช่วยกันบริโภคข้าวให้น้อยลง

ตัวเลขบอกว่าคนอินโดฯ กินข้าว 140 กิโลกรัมต่อหัวต่อปี ซึ่งสูงกว่าคนเอเชียชาติอื่นเช่นไทยและมาเลเซีย ซึ่งกินแค่ปีละ 70 กิโลต่อหัวเท่านั้น

สิงคโปร์ ไม่ปลูกข้าว และเคยกินข้าวไทยเป็นหลักมาช้านาน แต่หนังสือพิมพ์ Straits Times เพิ่งรายงานวันก่อนว่าผู้บริโภคบนเกาะแห่งนี้รู้สึกว่าข้าวไทยแพงขึ้นเรื่อยๆ...โดยเฉพาะแพงกว่าข้าวจากพม่าและเวียดนามแล้ว

สถิติของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของเขา รายงานว่าจากเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา คนสิงคโปร์ บริโภคข้าวไทย 115,504 ตัน ซึ่งเท่ากับประมาณ 35% ของข้าวที่ประเทศนั้นสั่งเข้าทั้งหมด

ถือว่าต่ำมาก และผู้นำเข้าข้าวไทยที่นั่นบอกว่าปริมาณนำเข้ากำลังจะถึงจุดต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา

ปี 2011 ปริมาณข้าวไทยที่คนสิงคโปร์ บริโภคทั้งประเทศอยู่ที่ 50.6% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด ซึ่งลดจาก 53% ของปี 2010 และ 62% ของปี 2009

ตัวเลขชี้ชัดว่าเพราะราคาข้าวไทยแพงขึ้นเป็นลำดับ คนสิงคโปร์ ก็หันไปกินข้าวที่นำเข้าจากอินเดีย เวียดนาม และ พม่า

รวมกันแล้ว ข้าวจากสามประเทศที่สิงคโปร์ นำเข้าประเทศเพิ่มปริมาณถึง 9 เท่า ตั้งแต่ปี 2004

แนวโน้มข้าวไทยเริ่มจะร่วงหล่นลงมาเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2008 อันเป็นปีที่ราคาข้าวทั่วโลกเริ่มเชิดหัวขึ้น

และเมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ก็เกิดปัญหาขาดแคลนข้าวสำหรับส่งออก และประเทศที่ผลิตข้าวอื่นๆ ก็ตัดจำนวนส่งออกเพื่อป้อนความต้องการภายในประเทศ

แน่นอนว่า เมื่อราคาข้าวแพงขึ้นเรื่อยๆ พ่อค้านำเข้าข้าวที่สิงคโปร์ ก็เริ่มมองหาแหล่งที่ราคาถูกกว่าของไทย

พ่อค้านำเข้าข้าวคนหนึ่งบอกว่า ทุกวันนี้ ร้อยละ 20 ของข้าวที่นำเข้ามาจากเวียนดาม ทั้งๆ ที่เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อนนี้ ข้าวจากเวียดนามอยู่ที่ 5% เท่านั้น

และเขาก็เริ่มสั่งข้าวจากกัมพูชา แทนจากประเทศไทย แล้วด้วย

พ่อค้าข้าวอีกรายหนึ่งบอกว่าร้านอาหารข้างถนนส่วนใหญ่ที่สิงคโปร์ ขณะนี้หันไปใช้ข้าวเวียดนามแทนข้าวไทยแล้ว

คนสิงคโปร์ ติดตามข่าวสารจากไทยก็รู้ว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคาส่งออกข้าวแพงขึ้นก็เพราะนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลไทย

เขาเปรียบเทียบราคาข้าวไทยกับข้าวเวียดนามให้เห็นด้วยป้ายราคา

ข้าวหอมมะลิไทย Superior Fragrant หนึ่งถุง 10 กิโลกรัม ราคา 24.80 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 618 บาท)
ขณะที่ถุงขนาดเดียวกันข้าวเวียดนาม Vietnam Jasmine ราคาเพียง 15.50 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 387 บาท)
บางร้านที่เคยขายข้าวไทย 100% เมื่อห้าปีก่อนตอนนี้ลดลงเหลือ 70%

คงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยที่จะต้องลงไปสำรวจตลาดข้าวไทยในต่างประเทศเองว่าเป็นไปอย่างที่สื่อสิงคโปร์รายงานด้วยการไปตรวจตลาด และสัมภาษณ์ผู้นำเข้าและผู้บริโภคของเขาหรือไม่

หากคนสิงคโปร์ซึ่งมีรายได้ต่อหัวสูงอันดับต้นๆ ของอาเซียนเริ่มมีปฏิกิริยาต่อข้าวไทยอย่างนี้ ก็น่าเป็นห่วงว่าแนวโน้มอย่างนี้จะลามไปในประเทศอื่นๆ

ผมถือว่าข้าวไทยเป็น “แบรนด์” ประจำชาติที่มิใช่เป็นเพียงสินค้าบริโภคเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอีกด้วย

ข้าวไทยหลุดจากตำแหน่งแชมป์โลก ศักดิ์ศรี และชื่อเสียงของประเทศไทยก็พลอยถูกกระทบไปด้วย



เรียบเรียงโดย KERO uAsean.com
เนื้อหาอ้างอิงจาก กรุงเทพธุรกิจ มีเดีย จำกัด.
 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor Bow
ชม 6,531 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean