ลบ แก้ไข

ความสัมพันธ์เศรษฐกิจของ ประเทศจีนกับประเทศมาเลเซีย

 

ความสัมพันธ์เศรษฐกิจของ

ด้านการค้า ระหว่างประเทศ ในบรรดา 10 ประเทศในอาเซียน มาเลเซียมีมูลค่าการค้าขายกับจีนมากที่สุด โดยสามารถแซงหน้าสิงคโปร์มาได้ร่วม 3 ปีติดต่อกันแล้ว การค้าจีน-มาเลเซียมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าการค้าจีน-อาเซียนทั้งหมด และขยายเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2000 ซึ่งเป็นปีแรกที่อดีตนายกฯ จูหรงจีของจีนได้เริ่มจีบอาเซียนให้ร่วมจัดทำความตกลง ASEAN-China FTA

ภายใน 10 ปีต่อมา พบว่า การค้าจีน-มาเลเซียได้ขยายตัวจนมีมูลค่าสูงกว่า 74,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ ประเทศไทยเพิ่งจะมีมูลค่าการค้ารวมกับจีนแตะหลัก 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2010 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ จีนก็ได้ขยับขึ้นมาเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของมาเลเซียตั้งแต่ปี 2008 และล่าสุด รัฐบาลสองประเทศได้ตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2015 จะขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ทะลุหลัก 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงชัดเจนว่า สองประเทศนี้มีความสัมพันธ์ทางการค้าที่สนิทแนบแน่นแค่ไหน

ด้านสินค้าหลักที่ค้าขายกับจีน พบว่า สินค้าที่มาเลเซียส่งออกไปจีนก็มิได้เป็นเพียงสินค้าเกษตรมูลค่าต่ำที่ต้อง ใช้แรงงานทำไร่ไถนาพรวนดินรอฟ้ารอฝน หรือต้องหมั่นรดน้ำรอวันเวลากว่าจะออกดอกออกผลตามฤดูกาล (เหมือนบางประเทศ) แต่มาเลเซียสามารถส่งออกสินค้าชิ้นเล็กๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มต่อชิ้นสูง (high value-added) และยังสามารถครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ในจีนได้อีกด้วย โดยเฉพาะสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งจากมาเลเซียไปจีน คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน คิดเป็นสัดส่วนมากถึงร้อยละ 51.4 ของสินค้าส่งออกทั้งหมดจากมาเลเซียไปจีน นอกจากนี้ มาเลเซียยังเป็นผู้ส่งออกหลักสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงอย่าง ปาล์มน้ำมัน โดยสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดจีนมากถึงร้อยละ 60 ของปาล์มน้ำมันนำเข้าทั้งหมดของจีน

ด้านการลงทุน หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่า นักธุรกิจมาเลเซียได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในจีน และบางธุรกิจยังสามารถขยายสาขาครอบคลุมไปทั่วแผ่นดินจีนจนแทบจะครบทุกมณฑล ตัวอย่างเช่น ธุรกิจของเศรษฐีมาเลเซียนายโรเบิร์ต ก๊วก ที่เปิดให้บริการโรงแรมห้าดาว Shangri La ไปทั่วประเทศจีนกว่า 32 แห่งรวมไปถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในหลายเมือง และกรณีห้างสรรพสินค้า Parkson ของทุนมาเลเซีย ซึ่งเปิดสาขาตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศจีนกว่า 30 แห่ง

ที่สำคัญ นอกจากจะเป็นดินแดนเสือเหลืองแล้ว มาเลเซียยังเป็น เสือปืนไว ด้วยการเปิดโครงการร่วมมือกับจีนเพื่อลงทุนสร้าง นิคมอุตสาหกรรมจีน-มาเลเซีย หรือชื่อทางการว่า China-Malaysia Qinzhou Industrial Park ในเมืองชินโจวของกวางสี

ทำไมดิฉันเรียกมาเลเซียว่าเป็น เสือปืนไว ก็เพราะโครงการร่วมจัดตั้งนิคมจีน-มาเลเซียฯ แห่งนี้เพิ่งจะเริ่มเกริ่นพูดขึ้นมาในระหว่างที่นายกฯ เวินเจียเป่าของจีนเดินทางไปเยือนมาเลเซียเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา และดิฉันได้เคยเขียนถึงเรื่องนี้ในบทความชื่อ เหตุอันใดนายกฯ จีน (บินข้ามไทย) ไปเยือนมาเลเซีย-อินโดนีเซีย หากสนใจ ลองไปค้นหาอ่านได้ใน web ค่ะ

มาบัดนี้ ปรากฏว่า ภายใน 6-7 เดือน แนวคิดดังกล่าวก็สามารถก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมาที่นครหนานหนิง นายกรัฐมนตรีของจีนและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิด ตัวโครงการนิคมจีน-มาเลเซียฯ ดังกล่าว ซึ่งจะตั้งอยู่ในเมืองชินโจว ของกวางสี ดินแดนที่มีความสำคัญยิ่งในฐานะเป็น ประตูสู่อาเซียน ของจีน ในขณะนี้ ชินโจว เป็นเมืองที่รัฐบาลจีนได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลในการพัฒนาและผลักดันให้เป็น เมืองริมทะเลด่านหน้าในการเชื่อมโยงกับอาเซียน นอกจากจะมีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองชินโจว และการเร่งพัฒนาให้เป็นฐานการผลิตปิโตรเคมีที่สำคัญของจีน รวมทั้งมีท่าเรือชินโจว ที่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ถึง 3 แสนตัน ล่าสุด รัฐบาลจีนยังมีโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจากเมืองชินโจวไปยังนคร หนานหนิงด้วย จึงไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมทั้งสองฝ่ายจึงได้เลือกที่จะตั้งนิคมจีน-มาเลเซียฯ ที่เมืองศักยภาพสูงแห่งนี้



เรียบเรียงโดย KERO uAsean.com
เนื้อหาอ้างอิงจาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor Bow
ชม 7,151 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean